ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ

นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy)

นโยบายการใช้คุกกี้ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ในการอธิบายถึงประเภท เหตุผล และลักษณะการใช้ คุกกี้บนเว็บไซต์นี้ เพื่อให้ท่านในฐานะผู้ใช้บริการได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและเข้าถึงได้เกี่ยวกับคุกกี้ที่เราใช้ และตัวเลือกที่คุณมีเกี่ยวกับการตั้งค่าคุกกี้ของท่าน รวมถึงบทบาทที่คุกกี้ช่วยให้เรามอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดสำหรับท่าน และช่วยให้เราสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ได้อีกด้วย 

  1. คุกกี้ (Cookies) คืออะไร

คุกกี้ คือ ไฟล์ข้อความขนาดเล็กที่ถูกดาวน์โหลดไปยังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือของท่าน ซึ่งทำหน้าที่บันทึกข้อมูลและการตั้งค่าต่าง ๆ เช่น บันทึกข้อมูลการตั้งค่าภาษาในอุปกรณ์บนอุปกรณ์ของท่าน บันทึกสถานะการเข้าใช้งานในปัจจุบันของท่าน เพื่อช่วยให้ท่านสามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์และ/หรือแอปพลิเคชัน (รวมเรียกว่า “บริการ”) ได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการเข้าใช้งานบริการที่ท่านชื่นชอบในรูปแบบไฟล์ โดยคุกกี้ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายต่ออุปกรณ์ของท่าน และเนื้อหาในคุกกี้จะถูกเรียกออกมาดูหรืออ่านได้โดยบริการที่สร้างคุกกี้ดังกล่าวเท่านั้น

  1. ประโยชน์ของคุกกี้

คุกกี้จะบอกให้เราทราบว่าท่านเข้าใช้งานส่วนใดในบริการของเรา เพื่อที่เราจะสามารถมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของท่านได้ นอกจากนี้การบันทึกการตั้งค่าแรกของบริการด้วยคุกกี้จะช่วยให้ท่านเข้าถึงบริการด้วยค่าที่ตั้งไว้ทุกครั้งที่ใช้งาน ยกเว้นในกรณีที่คุกกี้ถูกลบซึ่งจะทำให้การตั้งค่าทุกอย่างจะกลับไปที่ค่าเริ่มต้น

  1. เราใช้คุกกี้อะไรบ้าง

เราจะใช้คุกกี้เมื่อท่านได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา โดยการใช้งานคุกกี้ของเราแบ่งออกตามลักษณะของการใช้งานได้ดังนี้

  • คุกกี้ที่จำเป็นต่อการให้บริการ (Strictly Necessary Cookies) 

       คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้เป็นปกติ มีความปลอดภัย และทำให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ ทั้งนี้ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานของคุกกี้ประเภทนี้ผ่านระบบของเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลใช้งาน (Performance Cookies)

       คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยข้อมูลของคุกกี้นี้จะช่วยให้เราพัฒนาและปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้เราไม่สามารถประเมินคุณภาพของเว็บไซต์ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

       คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของเราจดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน ข้อมูลการตั้งค่า หรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกหรือตั้งค่าไว้บนเว็บไซต์ ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ เป็นต้น เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Targeting Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้จะจดจำการตั้งค่าของท่านในการเข้าใช้งานเว็บไซต์ และนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์เพื่อนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตัวอย่างเช่น การเลือกแสดงโฆษณาสินค้าที่ท่านสนใจ การป้องกันหรือการจำกัดจำนวนครั้งที่ท่านจะเห็นหน้าเว็บไซต์ของโฆษณาซ้ำ ๆ  เพื่อช่วยวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณา

  1. การใช้คุกกี้และการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม (Third-Party Cookies)

เว็บไซต์ของเราอาจมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม เช่น Youtube, Facebook เป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์ของบุคคลที่สามอาจมีการใช้คุกกี้ซึ่งจะมีการกำหนดและตั้งค่าคุกกี้ขึ้นมาเอง โดยที่เราไม่สามารถควบคุมหรือรับผิดชอบต่อคุกกี้เหล่านั้นได้ เราจึงขอแนะนำให้ท่านควรเข้าไปอ่านและศึกษานโยบายหรือประกาศการใช้คุกกี้ของบุคคลบุคคลที่สามเหล่านั้นด้วย

  1. การปิดใช้งานคุกกี้

ท่านสามารถปิดการทำงานของคุกกี้ได้ โดยการตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่าน และตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเพื่อระงับการรวบรวมข้อมูลโดยคุกกี้ในอนาคต (รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จาก AboutCookies.org) ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. การเปลี่ยนแปลงนโยบายการใช้คุกกี้

เราอาจปรับปรุงนโยบายการใช้คุกกี้นี้และเราขอส่งเสริมให้คุณทบทวนนโยบายนี้เป็นระยะ ๆ เพื่อรับทราบถึงวิธีการใช้คุกกี้ของเรา

นโยบายการใช้คุกกี้นี้ได้รับการปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564

นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)

ของบริษัท บิซอัพ โซลูชันส์ พาร์ทเนอร์ จำกัด

LIVLY Platform ภายใต้การดูแลและพัฒนาแต่เพียงผู้เดียวของ บริษัท บิซอัพ โซลูชันส์ พาร์ทเนอร์ จำกัด มีความตระหนักและเคารพถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าใช้บริการ รวมทั้งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อเป็นการแจ้งในรายละเอียดให้ท่านทราบถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย การบริหารจัดการ มาตรการรักษาความปลอดภัย การลบหรือทำลาย ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการดูแลและปกป้อง ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

1. คำนิยาม

“เรา”  หมายถึง บริษัท บิซอัพ โซลูชันส์ พาร์ทเนอร์ จำกัด

“แพลตฟอร์ม”  หมายถึง แอปพลิเคชันมือถือ LIVLY หรือ เว็บไซต์ https://www.livly.app

“ท่าน” หมายถึง ผู้เข้าใช้บริการแพลตฟอร์มซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล”  หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

“ข้อมูลสาธารณะ” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว เช่น เปิดเผยผ่านสื่อออนไลน์ Facebook, Instagram, Line เป็นต้น

“การประมวลผล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

  1. วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

2.1 เพื่อใช้สำหรับการดำเนินการให้บริการ หรือการทำธุรกรรมในแพลตฟอร์มของเรา เช่น การแจ้งเตือนค่าใช้จ่าย การแจ้งเตือนพัสดุ การประชุมและการลงคะแนนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำ เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด และ/หรือการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้แพลตฟอร์ม (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ “ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้แพลตฟอร์ม”)

2.2 เพื่อการตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้เข้าใช้งานแพลตฟอร์ม หรือการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในแพลตฟอร์ม

2.3 เพื่อให้บริการ LIVLY Meet หรือการประชุมและการลงคะแนนด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นการประชุมที่ชอบด้วยกฎหมาย

2.4 เพื่อการบริหารจัดการความปลอดภัย เช่น การเข้าสู่ระบบ การใช้งานระบบ การเก็บ Log file ข้อมูลจราจรอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น รวมถึงการตรวจสอบ และป้องกันการละเมิดหรือก่ออาชญากรรมผ่านระบบหรือแพลตฟอร์มของเรา

2.5 เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล วิจัยทางการตลาด และการจัดทำสิทธิประโยชน์ ให้ถูกต้องตรงและตรงตามความต้องการ เช่น แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานแพลตฟอร์ม สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เฉพาะผู้ที่ใช้งานแพลตฟอร์ม เป็นต้น

2.6 เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด เช่น การจัดส่งโปรโมชัน สิทธิพิเศษเฉพาะตัวให้กับผู้ใช้บริการผ่านระบบแพลตฟอร์ม หรืออีเมล์ (หากเราต้องการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ข้อนี้ เราจะดำเนินการขอความยินยอมทางการตลาดจากท่านแยกต่างหากอีกฉบับหนึ่ง และท่านจะสามารถยกเลิกการรับข่าวสารเฉพาะในส่วนนี้ได้ เว้นแต่จะเป็นการติดต่อสื่อสารอันจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการให้บริการตามสัญญา) แต่เราไม่มีนโยบายเปิดเผยหรือขายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเท่านั้น

2.7 เพื่อประโยชน์ต่อการบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหา และพัฒนา ปรับปรุงแพลตฟอร์มของเราให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้แพลตฟอร์ม

2.8 เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารระหว่าง เรา และ ท่าน เพื่อการรับ-ส่งข้อมูลข่าวสาร ปัญหาในการใช้งานแพลตฟอร์ม สิทธิประโยชน์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เป็นสาระสำคัญของแพลตฟอร์ม

2.9 เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของเรา

2.10 เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของเรา

2.11 เพื่อให้ข้อมูลแก่หน่วยงานราชการที่ร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร และภายใต้กฎหมายที่ให้อำนาจที่จะกระทำได้

2.12 วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อ 2.1-2.11 นี้ เมื่อเรามีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เราจะแจ้งให้ท่านทราบ เพื่อขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากท่านเป็นคราว ๆ ไป

ทั้งนี้ เราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่ปรากฎนี้ได้ก็ต่อเมื่อ

  1. ท่านได้ให้ความยินยอมไว้กับเรา หรือ
  2. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น หรือ
  3. เพื่อป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่นเช่น การติดต่อในกรณีฉุกเฉิน การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ เป็นต้น หรือ
  4. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของเรา หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจที่รัฐได้มอบหมายให้แก่เรา หรือ
  5. เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือ
  6. เป็นความจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือ
  7. มีการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ โดยเราจะจัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของท่าน
  1. การขอความยินยอมและการถอนความยินยอม

3.1 ในกรณีที่เราเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยหลักความยินยอมจากท่าน เราจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่าน ก่อนการดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3.2 ในกรณีที่เราเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยหลักความยินยอมจากท่าน ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมของท่านที่ได้ให้ไว้กับเราได้ตลอดเวลา ซึ่งการถอนความยินยอมนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้ว

3.3 หากท่านถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับเราหรือปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลบางอย่าง อาจส่งผลให้เราไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ได้ และ/หรือไม่สามารถให้บริการในบางส่วนของแพลตฟอร์มนี้แก่ท่านได้ ในกรณีนี้เราอาจต้องยกเลิกข้อผูกพันตามสัญญาทั้งหมดกับท่าน แต่เราจะแจ้งให้ท่านทราบ หากมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น

3.4 หากท่านมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ก่อนการให้ความยินยอมโปรดแจ้งรายละเอียดผู้ใช้อำนาจปกครองให้เราทราบเพื่อให้เราสามารถดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราจะเก็บรวบรวม และแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้ไว้กับเรา หรือที่ได้รับมาจากบุคคลที่สาม (นิติบุคคลอาคารชุด หรือหมู่บ้านจัดสรร หรือที่พักอาศัยประเภทอื่น ๆ ของท่าน) หรือที่เราได้รับมาจากการที่ท่านใช้บริการแพลตฟอร์ม โดยสามารถจัดแบ่งได้ดังต่อไปนี้

4.1 ระหว่างขั้นตอนการสร้างบัญชีผู้ใช้งานในแพลตฟอร์ม

เมื่อนิติบุคคลอาคารชุด หรือหมู่บ้านจัดสรร หรือที่พักอาศัยประเภทอื่น ๆ ของท่านตกลงที่จะใช้บริการแพลตฟอร์มของเรา ในการสร้างบัญชีผู้ใช้งานในแพลตฟอร์ม เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ตามโครงการ วันเดือนปีเกิด(ถ้าท่านกรอก) เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เพื่อใช้สำหรับการพิสูจน์ตัวตน การยืนยันตัวตน และการสร้างบัญชีผู้ใช้งานให้กับท่าน

4.2 ระหว่างการใช้งานแพลตฟอร์ม

ในการใช้งานแพลตฟอร์มของเรา นอกเหนือจากข้อ 4.1 เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในการใช้งานในแต่ละบริการของเรา เช่น การตั้งค่าต่าง ๆ รูปภาพ รูปโปรไฟล์ วีดีโอการประชุมรวมถึงวีดีโอจากกล้องของอุปกรณ์ของท่าน(ในกรณีที่ท่านเปิดกล้องในการประชุม) ข้อมูลใบแจ้งหนี้ หมายเลข IP Address ข้อมูลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อ Log files คุกกี้ สคริปต์ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ เราจะเก็บรวบรวมเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

โดยระบบประชุม LIVLY Meet ได้นำเทคโนโลยีจาก Zoom.us (Zoom Meeting Video Conference) มาบูรณาการร่วมกัน (Integrate) ระบบจึงมีความเสถียรและมีเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลก ซึ่งในระหว่างการประชุม หากท่านได้เปิดใช้งานระบบกล้องบนอุปกรณ์ของท่าน ระบบจะมีการเรียกใช้ Truedepth API ในฟีเจอร์ background and filter เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้เต็มประสิทธิภาพเท่านั้น โดยวิดีโอการประชุมจะถูกจัดเก็บภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุดภายใต้ระบบ cloud ของ Zoom.us เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี หรือไม่เกินระยะเวลาที่ท่านแจ้งให้เราลบหรือทำลาย แต่ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยการจัดเก็บดังกล่าวเราไม่มีวัตถุประสงค์อื่นใด นอกเหนือจากเพียงเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้เท่านั้น

4.3 ระหว่างขั้นตอนการติดต่อสื่อสารทางแพลตฟอร์ม

เมื่อท่านได้ติดต่อเรา หรือดำเนินการทำธุรกรรมในแพลตฟอร์มของเรา เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น ข้อมูลการร้องเรียน/แนะนำ ข้อมูลการติดต่อ แบบประเมินความพึงพอใจ เป็นต้น ทั้งนี้ เราจะเก็บรวบรวมเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

4.4 ในกรณีที่เรามีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่เราได้แจ้งไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ อย่างไรก็ตาม หากเราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลชนิดพิเศษของท่าน เราจะขอและต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น

ทั้งนี้ เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม หมายความว่า มีการธำรงไว้ซึ่งความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และให้ข้อมูลอยู่ในลักษณะที่พร้อมใช้งาน (availability) และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยเราได้กำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในปกป้องข้อมูลของท่าน และเป็นไปตามมาตรฐานที่ประกาศโดยหน่วยงานต่าง ๆ เฉพาะที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น เท่าที่จำเป็นและเหมาะสม รวมทั้งมาตรการสำหรับผู้ที่ได้รับข้อมูลไปจากเราจะต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และป้องกันไม่ให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ และเราจะทบทวน ปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะ ๆ

นอกจากนี้ เราได้กำหนดให้พนักงาน บุคลากร ตัวแทน และผู้รับข้อมูลจากเรา มีหน้าที่รักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับและมีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่เรากำหนด เมื่อต้องมีการดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  1. ระยะเวลาในจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

5.1 เราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และความจำเป็น ตามข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละประเภท รวมไปถึงการพิจารณาข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ เช่น อายุความ เป็นต้น ในกรณีที่ไม่สามารถระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน เราจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวมข้อมูล (เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี)

5.2 เราจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

5.3 กรณีที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยวิธีการขอความยินยอมจากท่าน เราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าท่านจะแจ้งขอยกเลิกความยินยอม และเราได้ดำเนินการตามคำขอของท่านเสร็จสิ้นแล้ว อย่างไรก็ตามเราจะยังเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของข้อ 1  และเพื่อบันทึกเป็นประวัติว่าท่านเคยยกเลิกความยินยอม เพื่อให้เราสามารถตอบสนองต่อคำขอของท่านในอนาคตได้

  1. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 เราอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลและนิติบุคคลอื่น (“บุคคลอื่น”) เท่าที่จำเป็นเพื่อให้เราสามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการแก่ท่าน รวมถึงดำเนินการใด ๆ ตามวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ ดังต่อไปนี้

6.1.1 กลุ่มบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องหรือในเครือเดียวกันกับเรา

6.1.2 ผู้ขายหรือผู้แทนจำหน่ายของเรา เฉพาะในกรณีที่ต้องมีการเปิดเผยเพื่อการดำเนินการทางธุรกิจและการให้บริการ

6.1.3 ผู้รับเหมา/คู่สัญญากับเรา เช่น ผู้ให้บริการทางด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ (เช่น ระบบคลาวด์ ระบบส่งเอสเอ็มเอส หรืออีเมล) ผู้ให้บริการจัดทำโปรแกรมและระบบไอทีต่าง ๆ โดยเราจะกำหนดให้ผู้รับเหมา/คู่สัญญาต้องดำเนินการตามมาตรฐานเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และผู้รับเหมา/คู่สัญญาต้องห้ามใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกจากเพื่อสนับสนุนกิจกรรมหรือแพลตฟอร์มของเราเท่านั้น

6.1.4 หน่วยงานรัฐบาล รัฐบาล หรือองค์กรอื่นตามกฎหมาย เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง คำร้องขอ เพื่อการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

6.2 เราได้กำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในปกป้องข้อมูลของท่านและเป็นไปตามมาตรฐานที่ประกาศโดยหน่วยงานต่าง ๆ เฉพาะที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น เท่าที่จำเป็นและเหมาะสม รวมทั้งมาตรการสำหรับผู้ที่ได้รับข้อมูลไปจากเรา ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และป้องกันไม่ให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ และเราจะทบทวน ปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะ ๆ

6.3 เราได้กำหนดให้พนักงาน บุคลากร ตัวแทน และผู้รับข้อมูลจากเรา มีหน้าที่รักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ เป็นความลับและมีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่เรากำหนด เมื่อต้องมีการดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  1. การส่งและ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

ในกรณีที่เรามีการส่ง และ/หรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ เช่น

    • กรณีที่เรามีความจำเป็นในการจัดเก็บ และ/หรือโอนถ่ายข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการจัดเก็บ
    • การประมวลผลบนระบบคลาวด์ (Cloud) เราจะพิจารณาองค์กรที่มีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยในระดับสากล และจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบการเข้ารหัส หรือวิธีการอื่น ๆ ที่ไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เป็นต้น

เราจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและใช้มาตรการที่เหมาะสม รวมถึงเราจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูล มีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองอย่างปลอดภัย และป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ

  1. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ

ในการเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือให้บริการของเรา หรือการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเรา หากในกรณีที่เราจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับ เชื้อชาติ ศาสนา หรือ ปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพและข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งในกรณีนี้เราจะแจ้งและขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเราต่อไป

  1. คุกกี้ (Cookies)

เว็บไซต์ของเรามีการใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กำหนดไว้ตามนโยบายการใช้คุกกี้ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้)

  1. มาตรการความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

10.1 ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา เราจึงจัดให้มีมาตรการความปลอดภัย รวมถึงวิธีการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดในการป้องกันความเสี่ยงอันอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเข้าถึงโดยมิชอบ รั่วไหล ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข สูญหาย ฯลฯ เพื่อให้ท่านมีความมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการปกป้องจากการเข้าถึงโดยมิชอบ การสูญหาย การใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต การถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยมิชอบ

10.2 เราจัดให้มีมาตรการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล

10.3 เราจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

  1. สิทธิและการใช้สิทธิของท่านตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

11.1 สิทธิตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นสิทธิตามกฎหมายที่ท่านควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่เราได้กำหนดขึ้น

11.1.1 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (right to withdraw consent)

ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้กับเรา (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับเรา เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้น โดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่

11.1.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (right of access)

ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และขอให้เราทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้เราเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อเราได้

11.1.3 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (right to rectification)

ท่านมีสิทธิในการขอให้เราแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือ เพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

11.1.4 สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล (right to erasure)

ท่านมีสิทธิในการขอให้เราทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าเราหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

11.1.5 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (right to restriction of processing)

ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่เราอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่เราหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้เราระงับการใช้แทน

11.1.6 สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (right to data portability)

ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่เราได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้เราส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เราส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

11.1.7 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (right to object)

ท่านมีสิทธิขอคัดค้านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเรา หรือของบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน เราจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่เราสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

11.1.8 สิทธิในการร้องเรียน (right to complain)

ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจ หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

11.2 การใช้สิทธิ

การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นสามารถทำได้โดยกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอใช้สิทธิและยื่นคำร้องต่อเรา อย่างไรก็ตามการใช้สิทธิของท่านอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เราอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น โดยหากเราปฏิเสธคำขอข้างต้น เราจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

11.3 ระยะเวลาดำเนินการในการใช้สิทธิประเภทต่าง ๆ

    • สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ระยะเวลาดำเนินการ 7  วัน
    • สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาดำเนินการ 30  วัน
    • สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ระยะเวลาดำเนินการ 7  วัน
    • สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาดำเนินการ 30  วัน
    • สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาดำเนินการ 30  วัน
    • สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาดำเนินการ 30  วัน
    • สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาดำเนินการ 30  วัน

อนึ่ง การลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือการยกเลิกความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและสัญญาที่ทำไว้กับเราเท่านั้น ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวอาจจะส่งผลต่อกรณีการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับเรา หรือกรณีการให้บริการอื่น ๆ เนื่องจากจะไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ จึงอาจเกิดข้อจำกัดในการให้บริการในบางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และอาจทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่ได้รับสิทธิประโยชน์การบริการ และข่าวสารจากเราต่อไป

  1. การเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ภายนอก

เว็บไซต์ของเราจะมีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของบุคคลที่สามซึ่งเว็บไซต์เหล่านั้นอาจมีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างจากของเรา ขอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลศึกษานโยบายข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์นั้น ๆ เพื่อเข้าใจถึงรายละเอียดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อตัดสินใจในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ เราจะไม่รับผิดชอบต่อเนื้อหา นโยบาย ความเสียหาย หรือการกระทำอันเกิดจากเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม

  1. การทบทวนและปรับปรุงนโยบาย

เราจะทบทวนและปรับปรุงนโยบายฉบับนี้และที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

เราขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้ในอนาคต ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เราจะประกาศให้ทราบผ่านแพลตฟอร์มของเรา

  1. หน่วยงานผู้มีอำนาจ (Appropriate Authority)

หากท่านต้องการรายงานเรื่องร้องเรียน หรือหากท่านรู้สึกว่าเราไม่ตอบข้อกังวลของท่านในลักษณะที่น่าพึงพอใจ ท่านสามารถติดต่อและ/หรือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

                 อีเมล: pdpc@mdes.go.th

                 โทรศัพท์: 02-142-1033

                 ส่งจดหมายมาที่: 120 หมู่ 3 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

  1. ช่องทางการติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวม หรือต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ 11. ท่านสามารถติดต่อมายัง

                 ชื่อบริษัท:              บริษัท บิซอัพ โซลูชันส์ พาร์ทเนอร์ จำกัด

                 สถานที่ติดต่อ:        719 อาคารมิ้นท์ ทาวเวอร์ ชั้น 3 ห้อง 303 ถนนบรรทัดทอง

                                         แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

                 เว็บไซต์บริษัท:        www.livly.app

                 อีเมล์:                 dpo@bizupssc.com

                 โทรศัพท์:              02-163-4302

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แก้ไขล่าสุดในวันที่ 1 มกราคม 2565

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการแพลตฟอร์ม

(LIVLY Platform Terms & Conditions of use)

            ขอต้อนรับท่านเข้าสู่ LIVLY Smart Living Platform แพลตฟอร์มเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการผสานด้วยนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตร่วมกันภายในชุมชน ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับอาคารชุด หมู่บ้าน อพาร์ทเม้นท์ หอพัก เพื่อตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ รองรับทุกความต้องการ ใช้งานง่าย และตอบสนองอย่างรวดเร็วภายใต้ความปลอดภัยอย่างสูงสุด เราเชื่อว่า LIVLY Platform ภายใต้แนวคิดที่ว่า “Fulfill the meaning of your living life” จะเป็นแพลตฟอร์มที่จะลดความยุ่งยาก ความผิดพลาดในการบริหารงานต่าง ๆ และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งให้การใช้ชีวิตของท่านมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

            ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ รวมไปถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขที่จะได้มีการแก้ไข เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อความหรือเงื่อนไขใดทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในอนาคต และประกาศทางการต่าง ๆ จากแพลตฟอร์ม (“ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ”) ถือเป็นข้อตกลงระหว่างท่านกับเราในการเข้าใช้บริการแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งในขณะหรือก่อนที่ท่าน เข้าใช้แพลตฟอร์มนี้ ท่านได้อ่านและเข้าใจโดยละเอียดแล้วจึงได้ตกลงที่จะผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ รวมถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. คำจำกัดความ

1.1 “แพลตฟอร์ม” หมายถึง แอปพลิเคชันมือถือ LIVLY หรือ เว็บไซต์ https://www.livly.app, https://meet.livly.app, https://admin.livly.app

1.2 “ท่าน” หมายถึง ผู้เข้าใช้งานแพลตฟอร์มทุกช่องทาง

1.3 “เรา” หมายถึง บริษัท บิซอัพ โซลูชันส์ พาร์ทเนอร์ จำกัด

1.4 “เจ้าของกรรมสิทธิ์” หมายถึง ผู้ที่มีอำนาจเด็ดขาดตามกฎหมายในที่พักอาศัยที่ตนมีกรรมสิทธิ์

1.5 “ที่พักอาศัย” หมายถึง อาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร อพาร์ทเม้นท์ หอพัก ที่อื่น ๆ ที่ใช้สำหรับพักอาศัย

1.6 “นิติบุคคลฯ” หมายถึง ส่วนงานนิติบุคคลที่ดูแลที่พักอาศัย

1.7 “คณะกรรมการ” หมายถึง ลูกบ้านที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอาคารชุด หรือหมู่บ้านในโครงการ

  1. ขอบเขตการให้บริการของแพลตฟอร์ม

2.1 แพลตฟอร์มของเรา มีบริการต่าง ๆ ดังนี้

2.1.1 LIVLY Meet ระบบการประชุมและการลงคะแนนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting & e-Voting)

2.1.2 Smart Parcel Management ระบบบริหารจัดการพัสดุ

2.1.3 Smart Announcement ระบบประกาศข่าวสาร

2.1.4 Smart Accountancy Management ระบบแจ้งและชำระค่าใช้จ่าย บัญชีรายรับรายจ่ายประจำเดือน

ทั้งนี้ เราจะไม่หยุดที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มของเราเพื่อนำเสนอบริการต่าง ๆ เพิ่มเติมในอนาคตตามแผนงานของเรา เช่น ระบบบัญชีของนิติบุคคลฯ ระบบสิทธิประโยชน์ ฯลฯ อย่างครบวงจร เพื่อให้การบริหารจัดการของนิติบุคคลฯ และการอยู่อาศัยของท่านได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

2.2 รายละเอียดการให้บริการ แพ็คเกจเป็นไปตามที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์และ/หรือเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารประชาสัมพันธ์ ใบเสนอราคา เป็นต้น โดยเราขอสงวนสิทธิปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม

2.3 บริการในแพลตฟอร์มของเรามีทั้งในส่วนที่มีการคิดค่าบริการ และไม่คิดค่าบริการ ขึ้นอยู่กับประเภทและฟีเจอร์ที่กำหนด ซึ่งเราจะประกาศให้ท่านหรือนิติบุคคลฯ ของท่านทราบก่อนที่จะตกลงเข้าใช้บริการ แต่ไม่ว่าในส่วนใดก็ตาม ร้านค้าหรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ผ่านความเห็นชอบจากเรา อาจใช้พื้นที่บางส่วนในแพลตฟอร์มของเราเพื่อการโฆษณาสิทธิพิเศษและ/หรือส่วนลด ซึ่งร้านค้า/ผู้ให้บริการเหล่านั้นจะจ่ายค่าบริการใช้พื้นที่ให้แก่เราเท่านั้น เราจะขอถือว่าการที่ท่านได้ใช้บริการแพลตฟอร์มของเรา ท่านได้ยินยอมให้เราใช้พื้นที่ของแพลตฟอร์มบางส่วนของเรา เพื่อการโฆษณาสิทธิพิเศษและ/หรือส่วนลดที่เราคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์หรือน่าสนใจให้แก่ท่าน ทั้งนี้ การตกลงซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะเป็นเรื่องเฉพาะตัวในการตกลงระหว่างท่านกับร้านค้าหรือผู้ให้บริการ แพลตฟอร์มของเราเป็นเพียงพื้นที่สื่อกลางในโฆษณา และรวบรวมความต้องการเพื่อให้ได้ซึ่งสิทธิพิเศษ/ส่วนลดเพียงเท่านั้น

2.4 ท่านทราบและเข้าใจว่า แพลตฟอร์มของเราเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยลดความยุ่งยาก ความผิดพลาดในการบริหารงานต่าง ๆ ให้กับนิติบุคคลฯ และทำให้การใช้ชีวิตของท่านสะดวกสบายขึ้นเท่านั้น เรามิใช่ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจใด ๆ ในที่พักอาศัยของท่าน หรือเจ้าของโครงการ หรือนิติบุคคลฯ หรือเป็นหุ้นส่วน และ/หรือนายจ้าง-ลูกจ้าง และ/หรือตัวแทนของนิติบุคคลฯ หรือเจ้าของโครงการ หรือร้านค้าหรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกแต่อย่างใด

2.5 เราขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด เงื่อนไขการให้บริการของเราได้ตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการและตามสภาพสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยถือว่าการเปลี่ยนแปลงจะมีผลทันทีเมื่อทำการแก้ไขบนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ เราจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทุกท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เช่น การแจ้งเตือนทางแพลตฟอร์ม ทางอีเมล์ เป็นต้น และเมื่อเราได้แจ้งตามรายละเอียดที่กล่าวมาแล้ว เราจะถือว่าท่านได้อ่านและเข้าใจในรายละเอียด และ/หรือเงื่อนไขการให้บริการล่าสุดที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

  1. การสร้างบัญชีผู้ใช้งาน และการเปลี่ยนแปลง/ยกเลิกบัญชีผู้ใช้งาน

3.1 เนื่องจากแพลตฟอร์มของเรา มีบริการที่ควรหรือต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นในการสร้างบัญชีผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มของเราจึงต้องมีมาตรการที่รัดกุมและเหมาะสม เพื่อให้ท่านได้รับความปลอดภัยในการใช้บริการและเพื่อให้ชอบด้วยกฎหมาย และ/หรือประกาศแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เราจึงกำหนดวิธีการลงทะเบียนเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน ดังนี้

3.1.1 เมื่อนิติบุคคลฯ ของท่านได้ตกลงใช้บริการจากเราและได้รับการเปิดบัญชีผู้ใช้งานในระดับของเจ้าหน้าที่นิติบุคคลฯ แล้ว นิติบุคคลฯ ของท่านในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลจะจัดทำไฟล์ทะเบียนเจ้าของที่อาศัยอยู่ในโครงการ และนำส่งให้ทางเราเพื่อดำเนินการนำเข้าข้อมูลของท่านผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เข้าสู่แพลตฟอร์มของเรา ซึ่งได้แก่ เลขที่ห้อง/บ้าน ชื่อ-นามสกุลของเจ้าของกรรมสิทธิ์ อัตราส่วนกรรมสิทธิ์ (จำนวนคะแนนเสียง) โดยเราจะถือว่าข้อมูลดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบและยืนยันเบื้องต้นจากทางนิติบุคคลฯ ของท่านแล้ว

3.1.2 ท่านผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จะได้รับ QR Code จากการลงทะเบียนของทางนิติบุคคลฯ ท่านจะต้อง ดาวน์โหลดแอพพลิเคชันมือถือ (IOS/Android) และลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนโดยการแสกน QR Code ดังกล่าวเพื่อเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตามข้อ 1.1 และเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง (แพลตฟอร์มจะแสดงผลค่าเริ่มแรกจากข้อมูลที่นิติบุคคลฯ ได้นำเข้าแพลตฟอร์มตามข้อ 3.1.1) การกำหนดรหัสผ่านของตน พร้อมยืนยันตัวตน โดยระบบ OTP เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานในระดับลูกบ้าน(เจ้าของกรรมสิทธิ์)

3.1.3 สำหรับการสร้างบัญชีผู้ใช้งานอื่น ๆ ที่เป็นผู้พักอาศัยร่วม หรือผู้เช่า ท่านผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มีสิทธิในการสร้างรหัสคำเชิญ (Invitation Code) เพื่อส่งให้กับบุคคลที่ท่านต้องการให้ได้รับบริการในแพลตฟอร์มของเรา โดยระบุเป็น ผู้พักอาศัย หรือผู้เช่า แต่ทั้งนี้จะเพิ่มได้ไม่เกิน 5 สิทธิต่อ 1 ที่พักอาศัยที่ท่านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

3.1.4 ในกรณีที่ท่านผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มีที่พักอาศัยมากกว่า 1 ที่/ห้อง/หลัง ไม่ว่าจะในโครงการเดียวกันหรือคนละโครงการก็ตาม และที่พักอาศัยเหล่านั้นได้เลือกใช้บริการจากแพลตฟอร์มของเราด้วย เมื่อท่านผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้รับ QR Code จากที่พักเหล่านั้นท่านจะต้องแสกน QR Code เพื่อเปิดการใช้งานของแพลตฟอร์มเราในที่พักเหล่านั้น โดยแพลตฟอร์มของเราจะตรวจสอบและดำเนินการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกรอกให้โดยอัตโนมัติ เราจึงขอให้ท่านตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวอีกครั้ง แล้วจึงยืนยันเพื่อเปิดการใช้งาน โดยในการเลือกที่พักอาศัยของท่าน ท่านจะสามารถเลือกได้ที่หน้าแรกของแอพพลิเคชันมือถือ จากเมนู Drop-down ที่พักอาศัยที่ท่านมีสิทธิ

3.1.5 ในการสร้างบัญชีผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มของเรา ท่านจะรับรองว่าท่านเป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป หรือหากท่านมีอายุไม่ถึงเกณฑ์ข้างต้น ในฐานะผู้เยาว์ท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้ใช้อำนาจปกครองท่านโดยชอบแล้ว

3.2 การเปลี่ยนแปลง/ยกเลิกบัญชีผู้ใช้งาน

3.2.1 สำหรับบัญชีผู้ใช้งานของท่านผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

3.2.1.1 การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางรายการ เช่น ชื่อ-นามสกุล รหัสบัตรประชาชน เป็นต้น จะต้องดำเนินการโดยติดต่อนิติบุคคลฯ ของท่าน เนื่องด้วยเราต้องคงไว้ซึ่งสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงในที่พักอาศัยดังกล่าวสำหรับการให้บริการของเรา แต่ข้อมูลบางส่วนของท่านผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จะสามารถแก้ไขได้โดยส่วนตัว เช่น อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น

3.2.1.2 การเปลี่ยนมือเจ้าของกรรมสิทธิ์ ท่านสามารถแจ้งไปยังนิติบุคคลฯ ของท่านเพื่อยกเลิกบัญชีผู้ใช้งานของท่านและเพิ่มบัญชีผู้ใช้งานของเจ้าของกรรมสิทธิ์คนใหม่ได้

3.2.2 สำหรับบัญชีผู้ใช้งานอื่น ๆ (ผู้พักอาศัย หรือผู้เช่า)

3.2.2.1 ท่านผู้เป็นผู้พักอาศัย หรือผู้เช่า สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของท่านได้เองและตลอดเวลา ผ่านแพลตฟอร์มของเรา

3.2.2.2 ในกรณีที่ต้องการยกเลิกบัญชีผู้ใช้ของผู้พักอาศัย หรือผู้เช่า จะกระทำได้โดยท่านผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทำการยกเลิกบัญชีดังกล่าวผ่านแอพพลิเคชันมือถือ

3.3 การปิดบัญชีผู้ใช้งานโดยแพลตฟอร์ม

ในกรณีที่เราตรวจพบว่า ท่านไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ และข้อกำหนดหรือเงื่อนไขอื่น ๆ ของเรา รวมถึงการกระทำใด ๆ อันไม่เหมาะสมในแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น การสร้างข้อมูลเท็จ เราขอสงวนสิทธิในการปิดบัญชีผู้ใช้งานของท่านโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า และไม่ตัดสิทธิในการดำเนินการใด ๆ ทางกฎหมาย ในกรณีที่เกิดหรืออาจจะเกิดความเสียหายต่อแพลตฟอร์มของเรา

  1. LIVLY Meet หรือบริการประชุมและการลงคะแนนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting & E-Voting)

4.1 บริการ LIVLY Meet เป็นระบบการประชุมและการลงคะแนนเสียงที่มีมาตรฐานเป็นไปตามกฎหมาย โดยผ่านการการประเมินความสอดคล้องด้วยตนเอง (Self-Assessment) จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ว่ามีมาตรฐานการประชุมในเรื่องทั่วไปเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว (https://www.etda.or.th/th/Our-Service/e-meeting/announce.aspx) เพื่อทำให้การประชุมของท่าน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่ การประชุมวิสามัญ การประชุมคณะกรรมการ ฯลฯ ชอบด้วยกฎหมาย แต่ทั้งนี้ กระบวนการในการดำเนินการประชุมอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบ LIVLY Meet และ/หรือที่อยู่นอกเหนือการให้บริการของเรา รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ระยะเวลาการส่งหนังสือเชิญประชุม การพิจารณาคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประชุม/ผู้รับมอบฉันทะ การลดทอนคะแนนเสียง การพิจารณาเปิดองค์ประชุม การเปิด-ปิดการลงคะแนนเสียง การพิจารณาผลของวาระต่าง ๆ เป็นต้น นิจิบุคคลฯ ของท่านจะต้องเป็นผู้ดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4.2 เรารับรองว่า ผลการลงคะแนนเสียงของท่าน ผ่านระบบ LIVLY Meet จะไม่สามารถแก้ไขใด ๆ ได้ แม้แต่เราเองก็ตาม โดยเรามีมาตรการในการกำกับดูแลความถูกต้องโดยแพลตฟอร์มของเรา อีกทั้งท่านผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่เป็นเจ้าของคะแนนเสียงไม่ว่าจะลงคะแนนด้วยตนเอง หรือมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าประชุมแทน สามารถตรวจสอบย้อนกลับผลการลงคะแนนของตนได้

4.3 ท่านสามารถลงคะแนนเสียงและแก้ไขการลงคะแนนเสียงของท่านได้ตลอดเวลา นับแต่มีการเปิดองค์ประชุม จนกระทั้งปิดการลงคะแนนในวาระนั้น ๆ และผลสรุปการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระ จะแสดงขึ้นก็ต่อเมื่อนิติบุคคลฯ ของท่านได้ปิดการลงคะแนนในวาระดังกล่าวแล้ว และจะไม่สามารถแก้ไขใด ๆ ได้แล้ว

4.4 ในกรณีที่ท่านเข้าสู่ระบบการประชุมแล้ว ออกจากการประชุมและไม่กลับเข้าระบบ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก่อนเวลาปิดการประชุมโดยที่ยังไม่ได้ลงคะแนนเสียงวาระใดวาระหนึ่ง หรือทั้งหมด แพลตฟอร์มของเราจะกำหนดให้การลงคะแนนเสียงในวาระการประชุมที่ท่านยังไม่ได้ลงคะแนน เป็นไม่ประสงค์ลงคะแนนเสียงให้อัตโนมัติ และจะไม่นำ/แสดงคะแนนเสียงของท่านไปรวมคำนวณกับตัวเลือกอื่น ๆ ในวาระดังกล่าว ซึ่งหากท่านกลับเข้ามาในระบบ และวาระดังกล่าวยังไม่ปิดให้ลงคะแนนเสียง ท่านจะสามารถแก้ไขการลงคะแนนดังกล่าวได้ แต่ในทางกลับกัน หากวาระดังกล่าวปิดการลงคะแนนเสียงแล้ว ท่านจะไม่สามารถแก้ไขใด ๆ ได้ และวิธีการเช่นนี้จะใช้ในกรณีที่นิติบุคคลฯ ของท่านปิดการลงคะแนนเสียงในวาระนั้น ๆ ก่อนที่ท่านจะกดลงคะแนนเสียงอีกกรณีหนึ่งด้วย

4.5 การมอบฉันทะให้เข้าประชุมแทน ท่านเจ้าของกรรมสิทธิ์ต้องจัดทำเอกสารการมอบฉันทะ (หนังสือมอบฉันทะ และแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบฉันทะและผู้รับมอบฉันทะ) เป็นลายลักษณ์อักษรตามปกติ และส่งมอบเอกสารดังกล่าวให้แก่นิติบุคคลฯ ของท่านเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและความถูกต้องของเอกสารดังกล่าวก่อน แล้วนิติบุคคลฯ ของท่านจะดำเนินการตามขั้นตอนการมอบฉันทะในแพลตฟอร์มของเรา และผู้รับมอบฉันทะจะต้องมีการยืนยันตัวตนก่อนเข้าประชุม จึงจะถือว่ากระบวนการมอบฉันทะเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้ แพลตฟอร์มของเราจะมีการตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อให้การมอบฉันทะเป็นไปตามกฎหมาย (เช่น ผู้รับมอบฉันทะคนหนึ่งจะรับมอบฉันทะในการออกเสียงในการประชุมครั้งหนึ่งได้ไม่เกิน 3 ห้องชุด ตามพ.ร.บ. อาคารชุด) เท่านั้น นิติบุคคลฯ ของท่านต้องดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง รวมถึงการตรวจสอบบุคคลที่ต้องห้ามรับมอบฉันทะหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย

4.6 การลงคะแนนเสียงในระบบของเราเป็นการลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-voting) ซึ่งได้ยืนยันตัวตนและเชื่อถือผ่านการเข้าสู่ระบบโดย ชื่อผู้ใช้งาน และ รหัสผ่าน แล้ว

4.7 ในกรณีที่แพลตฟอร์มของเราแสดงผลการลงคะแนนเสียงของท่าน ผลคะแนนเสียงดังกล่าวได้ถูกคำนวณมาจากจำนวนคะแนนเสียงของท่าน การเลือกประเภทมติการประชุม ซึ่งนิติบุคคลฯ ของท่านได้นำเข้า/เลือกประเภทข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่แพลตฟอร์มของเรา เราจึงรับรองได้เพียงว่าผลคะแนนเสียงของท่านจะเกิดขึ้นภายใต้หลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ถูกต้องจากข้อมูลดังกล่าวเท่านั้น แต่ทั้งนี้เราไม่สามารถรับรองได้ว่าผลการลงคะแนนดังกล่าวจะชอบด้วยข้อบังคับในที่พักอาศัยของท่านหรือไม่ หรือเราไม่สามารถรับรองได้ในกรณีที่มีเหตุการณ์เฉพาะ เช่น ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ชำระค่าส่วนกลางเกิน 6 เดือนขึ้นไปแล้วลงคะแนนเสียงในการประชุมใหญ่ (พ.ร.บ. อาคารชุด) เป็นต้น นิติบุคคลฯ ของท่านจึงมีหน้าที่ในการตรวจสอบและกำหนดหลักเกณฑ์ภายในที่พักอาศัยของท่านในการเข้าใช้งานแพลตฟอร์มของเรา เพื่อให้เกิดความถูกต้องอีกทางหนึ่งด้วย

4.8 เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในการตัดสินใจลงคะแนนเสียง การพิจารณาเปิดองค์ประชุม การรับรองผลมติการลงคะแนนเสียง การแสดงความเห็น หรือเข้าไปมีส่วนร่วมใด ๆ ในการประชุมของนิติบุคคลฯ ของท่าน เราเพียงแต่ให้บริการระบบการประชุมและการลงคะแนนเสียงโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสื่อกลางที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการประชุม ภายใต้ข้อมูลที่ถูกนำเข้าระบบโดยนิติบุคคลฯ ของท่าน และเราจะดูแลให้แพลตฟอร์มของเราสามารถดำเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาในการใช้งานเท่านั้น เราจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อการกระทำ หรือผลของการกระทำที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการให้บริการของแพลตฟอร์มของเรา แต่เราอาจสนับสนุนเอกสาร หรือข้อมูลให้สำหรับท่าน หรือนิติบุคคลฯ ของท่าน ตามที่กฎหมายกำหนด และ/หรือได้มีการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร และเราได้พิจารณาตามความเหมาะสมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แล้วว่าสามารถส่งมอบ และ/หรือเปิดเผยเอกสารดังกล่าวได้

  1. ระบบบริหารจัดการพัสดุ (Smart Parcel Management)

5.1 เมื่อนิติบุคคลฯ ของท่านนำเข้าพัสดุเข้าสู่แพลตฟอร์มของเรา ท่านจะได้รับการแจ้งเตือนและรายละเอียดตามที่นิติบุคคลฯ ของท่านได้กรอกไว้ โดยท่านสามารถติดต่อขอรับพัสดุดังกล่าวได้จากนิติบุคคลฯ ของท่าน 2 วิธี คือ

5.1.1 การใช้ QR Code ซึ่งระบบจะสร้างขึ้นสำหรับแต่ละบัญชีผู้ใช้โดยเฉพาะ

5.1.2 การลงลายมือชื่อผ่าน Sign pad ของแพลตฟอร์ม

5.2 ระบบของเราสามารถคัดกรองพัสดุตามชื่อเจ้าของพัสดุ เลขที่ห้องหรือเลขที่บ้าน เพื่อให้ท่านได้รับความสะดวกสบายในการรับพัสดุ และนิติบุคคลฯ สามารถนำจ่ายพัสดุได้อย่างรวดเร็ว

5.3 ระบบของเราเป็นเพียงเครื่องมือในการช่วยอำนวยความสะดวกในการบริการจัดการพัสดุของนิติบุคคลฯ และการรับพัสดุของท่านเท่านั้น นิติบุคคลฯ ของท่านยังคงมีหน้าที่ในการยืนยันตัวตนผู้ที่เข้ารับพัสดุว่าเป็นเจ้าของพัสดุ หรือมีอำนาจในการรับพัสดุนั้นจริงหรือไม่ ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ขอรับผิดในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเข้ารับพัสดุ โดยที่เจ้าของพัสดุหรือผู้มีอำนาจไม่ได้ยินยอม

  1. ระบบประกาศข่าวสาร (Smart Announcement)

6.1 ระบบประกาศข่าวสารของเรา เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางให้นิติบุคคลฯ ของท่านมีช่องทางในการประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวสารให้กับท่านผู้พักอาศัยในโครงการ เราไม่มีหน้าที่หรือความรับผิดใด ๆ ในการตรวจสอบความถูกต้องของประกาศดังกล่าว

6.2 การเคลียร์การแจ้งเตือน (Notification) ในส่วนของประกาศ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน กล่าวคือ

6.2.1 ประกาศทั่วไป เมื่อท่านเข้าสู่หน้าประกาศทั้งหมด และออกจากหน้าดังกล่าว จะเป็นการเคลียร์การแจ้งเตือนประกาศทั่วไปทั้งหมด

6.2.2 ประกาศตอบรับ ท่านจะต้องกดเข้าไปในประกาศแต่ละฉบับก่อน ถึงจะเป็นการเคลียร์การแจ้งเตือน

6.3 หากเราตรวจพบ หรือได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการประกาศข่าวสารที่ไม่เหมาะสม ผิดศีลธรรมจรรยาบรรณ เป็นความเท็จ เราขอสงวนสิทธิในการนำประกาศดังกล่าวออกจากระบบของเรา โดยดุลยพินิจของเราถือเป็นที่สุด

  1. ระบบแจ้งและชำระค่าใช้จ่าย บัญชีรายรับรายจ่ายประจำเดือน (Smart Accountancy Management)

7.1 ความถูกต้องในรายละเอียด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง รายละเอียดค่าใช้จ่ายและยอดเรียกชำระในใบแจ้งหนี้ (E-Invoice) รวมไปถึงการตรวจสอบความถูกต้องของยอดรับชำระ สลิปโอนเงิน และการออกใบเสร็จรับเงินเป็นความรับผิดชอบของนิติบุคคลฯ ของท่าน ท่านสามารถติดต่อนิติบุคคลฯ ของท่านได้โดยตรงเมื่อมีข้อสงสัย หรือพบว่ามีรายละเอียดไม่ตรงกับความเป็นจริง

7.2 ช่องทางการประกาศบัญชีรายรับรายจ่ายประจำเดือนเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้กับนิติบุคคลฯ เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายรับรายจ่ายประจำเดือนของโครงการ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนิติบุคคลฯ ของท่านที่จะพิจารณาใช้ช่องทางนี้ด้วยหรือไม่

7.3 ตามแผนงานพัฒนาแพลตฟอร์มของเรา เรามีแผนที่จะพัฒนาระบบในส่วนนี้เพื่อให้ครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ ในทางบัญชีอย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น เช่น การบันทึกบัญชี การออกรายงาน ฯลฯ เพื่อให้นิติบุคคลฯ ของท่าน ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน รวมถึงระบบการชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกับเรา เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่ท่านมากยิ่งขึ้น

  1. ข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายความเป็นส่วนตัว

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ถือเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยความตระหนักและเคารพถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่าน เราจึงนำมาตรการต่าง ๆ ที่เหมาะสมและได้มาตรฐานเข้ามาปกป้องและดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เราจะดำเนินการตามนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ได้ประกาศไว้อย่างเคร่งครัด โดยท่านสามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติมได้ตามช่องทางที่กำหนดไว้ในแพลตฟอร์มของเรา

  1. การจำกัดความรับผิดและข้อสงวนสิทธิ

9.1 ท่านจะต้องเก็บรักษา Username และ Password ของท่านไว้เป็นความลับและด้วยความระมัดระวัง เราจะถือเป็นหลักว่าการกระทำใด ๆ ที่ได้กระทำขึ้นภายใต้ ชื่อผู้ใช้งาน และ รหัสผ่าน ที่ได้ลงทะเบียนไว้ของท่านเป็นการกระทำที่แท้จริงของท่าน เนื่องจากท่านแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ทราบชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านที่ได้ลงทะเบียนไว้กับแพลตฟอร์มของเรา หากท่านไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเป็นเหตุให้ผู้อื่นทราบรหัสผ่านของท่าน ท่านจะต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงจากการที่ผู้อื่นอาจสวมรอย แอบอ้างเป็นท่านเข้าทำธุรกรรมใด ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวท่านเอง และผู้อื่นได้ เช่นนี้แล้วเมื่อท่านพบว่ามีธุรกรรมเกิดขึ้น โดยที่มิใช่ตัวท่านเป็นผู้กระทำ ท่านจะต้องแจ้งให้ทางเราทราบในทันที เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็นการด่วน เพื่อแก้ไข ยับยั้ง และช่วยเหลือท่านโดยเร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ขั้นตอนดังกล่าวเป็นเพียงการช่วยเหลือท่านเพียงเท่านั้น เราจะไม่รับผิดใด ๆ ในความเสียหาย สูญหายหรืออื่นใดจากกรณีดังกล่าว

9.2 ในกรณีที่ท่านให้บุคคลภายนอกใช้ ชื่อผู้ใช้งาน และ รหัสผ่าน ที่ได้ลงทะเบียนไว้ของท่าน แทนตัวท่าน เราจะถือว่าการดำเนินการใด ๆ ของบุคคลภายนอก ภายใต้ ชื่อผู้ใช้งาน และ รหัสผ่าน ของท่าน เป็นการกระทำที่แท้จริงของท่าน หากบุคคลภายนอกดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย สูญหาย หรืออื่นใด ท่านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการกระทำนั้น

9.3 ท่านยอมรับว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในแพลตฟอร์มของเรานั้นถูกต้องตรงตามความเป็นจริง เป็นปัจจุบัน และมิได้มีการแอบอ้าง สวมรอย หรือสร้างข้อความอันเป็นเท็จขึ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากมีความเสียหายขึ้นจากการที่ท่านละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามข้อนี้ ท่านยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายแก่เรา และ/หรือบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว โดยที่เราจะไม่รับผิดชอบซึ่งผลใด ๆ จากกรณีที่ท่านไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อนี้

9.4 ท่านจะต้องไม่พยายามหรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม ระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบเน็ตเวิร์คของเรา รวมถึงบุคคลภายนอกที่เราได้ใช้ประกอบการให้บริการ โดยท่านจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด รวมถึงจะต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่ผิดต่อกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดี

9.5 ท่านจะต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการรบกวนผู้ใช้อื่น ๆ ในแพลตฟอร์มของเราเกินความเหมาะสม หากเราได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้คนอื่น ๆ เราขอสงวนสิทธิในการพิจารณาการกระทำดังกล่าว และมีมาตรการใด ๆ เพื่อให้แพลตฟอร์มของเราน่าอยู่ และน่าใช้งาน

9.6 นอกเหนือจากระบบของแพลตฟอร์มเราแล้ว ประสิทธิภาพการใช้งานแพลตฟอร์มของเรายังขึ้นอยู่กับระบบอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อของท่านด้วย

9.7 ความถูกต้อง ครบถ้วนของข้อมูลที่ถูกนำเข้าสู่แพลตฟอร์มของเรา รวมถึงการดำเนินการใด ๆ ที่นอกเหนือการให้บริการโดยแพลตฟอร์มของเรา เช่น การดำเนินการประชุม การเปิดองค์ประชุม การนำจ่ายพัสดุ การแจ้งยอดค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับนิติบุคคลฯ ที่มีหน้าที่ดูแลข้อมูลหรือการดำเนินการในส่วนดังกล่าวทั้งสิ้น เราจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เป็นเท็จ หรือการละเมิดใด ๆ หรือการดำเนินการใด ๆ ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่มิได้เกี่ยวข้องกับการให้บริการแพลตฟอร์มของเรา

9.8 หากท่านใช้บริการแพลตฟอร์มของเราผิดวัตถุประสงค์ หรือละเมิดต่อกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ แก่เรา เมื่อเราได้มีการตรวจสอบและได้ผลเป็นที่ยุติแล้ว ท่านยินยอมที่จะจ่ายค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายให้แก่เราตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริง

9.9 เราขอสงวนสิทธิการให้บริการแก่ท่านได้โดยทันที หากเราตรวจสอบและพบว่าท่านไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ หรือละเมิดต่อกฎหมาย ศีลธรรม โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และถือเป็นที่สุด

  1. การระงับการให้บริการ

เราอาจจะระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราว แต่เราจะพยายามสูงสุดที่จะไม่ให้กระทบกับการทำงานของนิติบุคคลฯ โดยให้ถือว่าเราไม่มีความรับผิดในการระงับบริการดังกล่าวไม่ว่าประการใด หากเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

10.1 การบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการให้บริการ

10.2 อุปกรณ์ที่จำเป็นในการให้บริการไม่สามารถใช้งานได้

10.3 เกิดเหตุในด้านการปฏิบัติการหรือด้านเทคนิคซึ่งส่งผลต่อการให้บริการ

10.4 การขัดข้องของระบบของบุคคลภายนอกที่เราใช้ประกอบการให้บริการของเรา

10.5 การเกิดเหตุการณ์ที่เป็นอุปสรรคในการให้บริการ เช่น ไฟฟ้าขัดข้อง ไฟไหม้ น้ำท่วม ภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติต่าง ๆ ความไม่สงบของเหตุการณ์บ้านเมือง การนัดหยุดงาน หรือ เหตุสุดวิสัยอื่นใด

  1. ทรัพย์สินทางปัญญา

เราเป็นเจ้าของซึ่งลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ทรัพย์สินทางปัญญา ชื่อทางการค้า ไม่ว่าจะได้รับการรับรองหรือจดทะเบียนแล้วหรือไม่ บรรดาข้อมูล เอกสาร วัตถุอื่นใด ไม่ว่าอยู่ในรูปแบบใด รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะข้อความ ซอฟต์แวร์ สคริปต์ รหัส การออกแบบ กราฟิก ภาพถ่าย เสียง วิดีโอ แอพพลิเคชัน คุณลักษณะการโต้ตอบ และเนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว และเราขอสงวนสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่จะมีการระบุอย่างชัดเจนเป็นอื่น ห้ามมิให้ผู้ใดทำการคัดลอก ทำซ้ำ มีสำเนา สำรองไว้ ทำเลียนแบบ ทำเหมือน ดัดแปลง ทำเพิ่ม เพื่อนำไปเผยแพร่ด้วยวัตถุประสงค์อื่นใดโดยปราศจากความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเรา

  1. ความสมบูรณ์ของเงื่อนไขการใช้บริการ

หากมีข้อความใดในข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้เป็นโมฆะหรือใช้บังคับไม่ได้ตามกฎหมายไทย ให้ถือว่าข้อกำหนดหรือข้อความที่ตกเป็นโมฆะหรือใช้บังคับไม่ได้นั้นไม่มีผลกระทบต่อความสมบูรณ์หรือการบังคับใช้ข้อกำหนดอื่นที่เหลือหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง

  1. การขัดกันของเงื่อนไขการใช้บริการ

ในกรณีที่มีความแตกต่างระหว่างข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับภาษาไทยและฉบับคำแปล ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับภาษาไทยจะมีผลเหนือเงื่อนไขฉบับภาษาอื่น

ในกรณีที่ข้อความในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และเอกสารอื่น ๆ ขัดแย้งกัน คู่สัญญาตกลงให้เป็นดุลพินิจของเราในการตีความ

  1. การสละสิทธิ

การสละสิทธิ หรือการไม่ใช่สิทธิไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของเรา ไม่ถือว่าเราสละสิทธิตามข้อตกลงหรือเงื่อนไขข้อนั้น ๆ เรายังคงสงวนสิทธิที่จะเลือกใช้สิทธิตามข้อดังกล่าวได้ต่อไป เว้นแต่เราจะทำเป็นหนังสือสละสิทธินั้น

  1. การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ

เราขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพิ่มเติม ยกเลิก ข้อความหรือเงื่อนไขของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการแพลตฟอร์มของเรา โดยเราจะแจ้งให้ท่านทราบ พร้อมวันที่มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ เราขอถือว่าการที่ท่านได้เข้าใช้บริการแพลตฟอร์มของเราต่อไปหลังจากที่มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข ข้อกำหนดและเงื่อนไขแล้ว ท่านได้ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ปรับปรุงแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนั้นแล้วโดยชัดแจ้ง

  1. กฎหมายที่ใช้บังคับ และเขตอำนาจศาล

ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ และการใช้บริการแพลตฟอร์มของเรา อยู่ภายใต้การบังคับและตีความตามกฎหมายไทย และศาลไทยเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้น

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการแพลตฟอร์มแก้ไขล่าสุดเมื่อ 1 ม.ค. 2565

นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสำหรับระบบการประชุมและลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

(Information Security Policy for LIVLY Meet (E-meeting and E-voting system))

บทนำ

บริษัท บิซอัพ โซลูชันส์ พาร์ทเนอร์ จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัทฯ”) เห็นสมควรให้กำหนดนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศสำหรับระบบการประชุมและลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ ฉบับนี้ขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติ (Guideline) และข้อกำหนดในการปฏิบัติงาน (Standard Operation Procedures (SOPs)) ของผู้ที่เกี่ยวข้องในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ สำหรับระบบการประชุมและการลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ ให้มีความมั่นคงปลอดภัย น่าเชื่อถือ และได้รับการดูแลจัดการอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ที่จะเป็นภัยเข้ามาคุกคามความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ รวมถึงมาตรการในการรักษาความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) ความสมบูรณ์พร้อมใช้งาน (Availability) และมีพื้นฐานเป็นไปตามกฎหมายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ รวมถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเป็นการกำหนดมาตรฐาน และแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับผู้เกี่ยวข้อง เช่น บุคลากรของบริษัทฯ ผู้ใช้งานระบบ บุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานกับบริษัทฯ เป็นต้น ให้ตระหนักและดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานด้านสารสนเทศสำหรับระบบการประชุมและลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ
  2. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความมั่นคงปลอดภัยในระบบสารสนเทศสำหรับระบบการประชุมและลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ รวมถึงแนวทางการการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐาน และได้รับการปกป้องภายใต้มาตรการความปลอดภัยสูงสุด
  3. เพื่อเผยแพร่ให้บุคลากรของบริษัท ผู้ใช้งานระบบ บุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานกับบริษัทฯ ได้รับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ขอบเขตการบังคับใช้

นโยบายรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านระบบสารสนเทศสำหรับระบบการประชุมและลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ บังคับใช้กับบุคลากรของบริษัทฯ และบุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงระบบด้านสารสนเทศของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย อุปกรณ์ด้านสารสนเทศต่าง ๆ ระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการประชุมและลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้งที่ปรากฎในปัจจุบัน และที่จะเพิ่มเติมในอนาคต

LIVLY Meet หรือระบบการประชุมและลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ LIVLY Platform มีวัตถุประสงค์หลักในการให้บริการการประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับการประชุมทั่วไปตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การประชุมใหญ่สามัญ การประชุมใหญ่วิสามัญ การประชุมคณะกรรมการ ของนิติบุคคลอาคารชุด และหมู่บ้านจัดสรร ตาม พ.ร.บ. อาคารชุด และ พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน รวมถึงข้อบังคับ และกฎอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดของ LIVLY Platform รวมถึงระบบการประชุมและลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์จะกระทำผ่านระบบคลาวด์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ซึ่งในปัจจุบันทางบริษัทฯ ใช้บริการ IaaS ของ Amazon Web Services (AWS) ทำให้มั่นใจได้ว่าการให้บริการจะมีมาตรฐานและได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุดในการใช้งาน LIVLY Platform

แนวนโยบายฯ

บริษัทฯ กำหนดนโยบายรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านระบบสารสนเทศสำหรับระบบการประชุมและลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “นโยบายฯ”) ในประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้

  1. นโยบายฯ ด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้านสารสนเทศของบริษัทฯ

1.1 คำนิยาม

1.1.1 สินทรัพย์ด้านสารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์ โปรแกรมประยุกต์ อุปกรณ์ทางด้านสารสนเทศ เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย อุปกรณ์สื่อสาร สื่อบันทึกข้อมูล และอุปกรณ์ต่อพ่วงทุกชนิด

1.1.2 ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 6

1.2 แนวปฏิบัติ

1.2.1 ต้องจัดทำบัญชีสินทรัพย์ด้านสารสนเทศ โดยรวมข้อมูลส่วนบุคคลเข้าเป็นประเภทข้อมูลหนึ่งในบัญชีสินทรัพย์ดังกล่าวโดยหน่วยงานผู้เป็นเจ้าของข้อมูล และรวมศูนย์เพื่อบริหารจัดการโดยผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ทั้งนี้ ผู้ที่มีสิทธิเข้าถึงได้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

1.2.2 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตรวจสอบสินทรัพย์ตามบัญชีในกรอบระยะเวลาที่กำหนด

1.2.3 กำหนดให้มีการบริหารจัดการด้านใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ในแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม และภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์

1.2.4 ผู้ใช้งานต้องรับผิดชอบต่อสินทรัพย์ของตนที่ได้รับมอบไว้เพื่อการใช้งานในตำแหน่ง/หน้าที่ ซึ่งรวมถึงแต่จำกัดเพียง คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์พกพา โทรศัพท์ ฯลฯ และใช้งานสินทรัพย์ดังกล่าว อย่างระมัดระวัง รวมทั้งต้องพึงให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของสินทรัพย์เป็นอันดับแรก

1.2.5 สินทรัพย์ประเภทที่สามารถพกพาออกไปนอกพื้นที่ของบริษัทฯ หรือด้วยลักษณะของสินทรัพย์สามารถสูญหาย หรืออาจถูกโจรกรรมได้ง่าย จะต้องมีการปกป้องโดยรหัสผ่านทุกครั้งในการเข้าใช้งานหรือการเข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์ รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จะต้องออกจากระบบโดยอัตโนมัติหากไม่ได้ใช้งานในระยะเวลาหนึ่ง

1.2.6 ผู้ใช้งานต้องไม่ติดตั้งซอฟต์แวร์ใด ๆ ลงบนสินทรัพย์ประเภทอุปกรณ์ของบริษัทฯ รวมถึงการดัดแปลง เปลี่ยนแปลง แก้ไขในอุปกรณ์ นอกเหนือจากเอกสารรายการที่บริษัทฯ กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจ

1.2.7 ในขณะที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะ และผู้ใช้งานมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ ผู้ใช้งานต้องพึงระมัดระวังถึงความปลอดภัยจากรั่วไหลของสินทรัพย์ประเภทข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำโดยการจงใจของบุคคลภายนอก เช่น การลักเอาข้อมูลออกจากระบบ เป็นต้น หรือจากการกระทำที่ไม่จงใจก็ตาม เช่น การนั่งทำงานร่วมกับผู้อื่นในพื้นที่สาธารณะ เป็นต้น

1.2.8 บริษัทฯ ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้งานนำข้อมูลต่าง ๆ ภายในระบบสารสนเทศของบริษัทฯ ถ่ายโอนออกไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ เว้นแต่มีความจำเป็น และได้ตรวจสอบว่าอุปกรณ์นั้นมีความปลอดภัย รวมถึงได้รับอนุญาตแล้ว

1.2.9 กำหนดให้มีลำดับชั้นความลับของข้อมูลและเอกสาร เพื่อป้องกันทรัพย์สินด้านสารสนเทศ

1.2.10 เมื่อได้มาใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญของสินทรัพย์ กำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงและแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงตามประเภทของสินทรัพย์

  1. นโยบายฯ ด้านการควบคุมการเข้าถึงระบบสารสนเทศ

2.1 คำนิยาม

2.1.1 VPN หมายถึง เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (Virtual Private Network) ซึ่งใช้เชื่อมต่อเครือข่ายภายนอก (WAN) เป็นระบบเครือข่ายภายในองค์กร

2.1.2 ข้อตกลงรักษาความลับ (Non-Disclosure Agreement) หมายถึง ข้อตกลงที่จัดทำขึ้นระหว่างบริษัทฯ และผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรของบริษัทฯ ผู้รับจ้าง หรือบุคคลภายนอกใด ๆ ที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องให้เข้าถึงระบบสารสนเทศ เพื่อให้บุคคลข้างต้นรักษาความลับต่าง ๆ ที่ได้รับมาจากการเข้าถึงระบบสารสนเทศของบริษัทฯ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

2.1.3 ผู้ดูแลระบบ หมายถึง เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ที่ได้รับมอบหมายให้บริหาร จัดการ ดูแล ระบบสารสนเทศของบริษัทฯ โดยดำเนินการภายใต้การขอบเขตที่กำหนดไว้

2.2 แนวปฏิบัติ

2.2.1 บริษัทฯ จัดให้มีข้อตกลงรักษาความลับ (Non-Disclosure Agreement) ให้ผู้ที่จะต้องเข้าถึงระบบสารสนเทศภายในของบริษัทฯ ได้ก็ต่อเมื่อมีการลงนามในเอกสารดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

2.2.2 กำหนดให้มีการจัดลำดับสิทธิการเข้าถึงตามอำนาจ/หน้าที่ของบุคคล และเพียงเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินงานที่ได้รับมอบหมาย หรือภายใต้กำหนดเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

2.2.3 ผู้ใช้งานที่จะเข้าถึงระบบสารสนเทศภายในของบริษัทฯ ได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจ และได้ลงนามในเอกสารตามข้อ 2.1 เรียบร้อยแล้ว

2.2.4 ผู้ใช้งานภายนอกจะเข้าถึงในวงจำกัดเท่านั้น และกำหนดให้ต้องมีการลงทะเบียนก่อนทุกครั้ง

2.2.5 การเข้าถึงระบบต่าง ๆ ภายในของบริษัทฯ กำหนดให้เข้าผ่านเครือข่ายภายใน หรือผ่านระบบ VPN เท่านั้น

2.2.6 ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้งานถ่ายโอนข้อมูล ทำสำเนา ข้อมูลในระบบ โดยไม่มีสิทธิหรือไม่ได้รับอนุญาต

2.2.7 จัดให้มีการอบรมและประเมินผลผู้ใช้งานใหม่ในการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศของบริษัทฯ

2.2.8 ในการลงทะเบียนผู้ใช้งานใหม่ กำหนดให้มีแบบฟอร์มในการกรอกข้อมูลของผู้ใช้งานใหม่ที่จำเป็น และต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจก่อนการเปิดใช้งานโดยผู้ดูแลระบบ

2.2.9 กำหนดให้มีการตั้งรหัสผ่านที่มีความมั่นคงปลอดภัย และเวลาในการเปลี่ยนรหัสผ่าน

2.2.10 ในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่มีสิทธิหรือหน้าทีใด ๆ ในการเข้าถึงระบบแล้ว กำหนดให้มีการลบหรือจำกัดสิทธิการเข้าถึง

2.2.11 ต้องมีการทบทวนสิทธิการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 

  1. นโยบายฯ ด้านการบริหารจัดการและการตั้งรหัสผ่านที่มั่นคงปลอดภัย

3.1 แนวปฏิบัติ

3.1.1 รหัสผ่านต้องเก็บไว้เป็นความลับเฉพาะบุคคลเท่านั้น และห้ามมิให้ใช่รหัสผ่านร่วมกับบุคคลอื่น

3.1.2 ต้องกำหนดรหัสผ่านที่มีความมั่นคงปลอดภัยไม่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนด

3.1.3 ไม่จดบันทึกรหัสผ่านในที่ ๆ ไม่เหมาะสมหรือเสี่ยงต่อการเปิดเผยได้โดยง่าย

3.1.4 ไม่ควรใช้กระบวนการเข้าสู่ระบบแบบอัตโนมัติ (Auto Login)

3.1.5 เปลี่ยนแปลงรหัสผ่านตามรอบระยะเวลาที่กำหนด

3.1.6 หากมีการสร้างรหัสผ่านให้โดยระบบ หรือผู้ดูแลระบบ ผู้ใช้งานต้องเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ก่อนเริ่มเข้าใช้งานระบบ

3.2 การตั้งรหัสผ่านที่มีความมั่นคงปลอดภัย

3.2.1 รหัสผ่านต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 8 ตัวอักษร

3.2.2 ต้องประกอบด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก และตัวอักษรหรืออักขระพิเศษ

  1. นโยบายฯ ด้านความมั่นคงปลอดภัยเกี่ยวกับบุคลากร

4.1 คำนิยาม

4.1.1 บุคลากร หมายถึง พนักงานที่บริษัทฯ ได้ว่าจ้างเข้ามาทำงานให้กับบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำหรือชั่วคราว

4.1.2 ผู้รับจ้าง หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคล ที่บริษัทฯ ได้ว่าจ้างให้เข้ามาทำงานให้กับบริษัทฯ ตามขอบข่ายงานที่กำหนด และรวมไปถึงลูกจ้างของบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวที่เข้ามาปฏิบัติงานด้วย

4.2 แนวปฏิบัติ

4.2.1 กำหนดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาเป็นบุคลากรของบริษัทฯ โดยละเอียดตามตำแหน่งงาน

4.2.2 กำหนดให้บุคลากรต้องได้รับการอบรมในการใช้งานระบบสารสนเทศของบริษัทฯ

4.2.3 กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามนโยบาย มาตรการ หรือข้อกำหนดใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศอย่างเคร่งครัด

4.2.4 บุคลากรและผู้รับจ้างทุกคนต้องลงนามในข้อตกลงไม่เปิดเผยความลับก่อนที่จะเข้าดำเนินงาน

4.2.5 กำหนดบทลงโทษทางวินัยในระเบียบการปฏิบัติงานของบริษัทฯ สำหรับบุคลากรที่ฝ่าฝืนนโยบาย มาตรการ หรือข้อกำหนดใด ๆ ทางด้านสารสนเทศของบริษัทฯ

4.2.6 กำหนดให้มีแนวปฏิบัติของฝ่ายทรัพยากรบุคคลในกรณีที่บุคลากรพ้นจากหน้าที่ ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง หรือจากการเป็นบุคลากรของบริษัทฯ จะต้องคืนทรัพย์สินของบริษัทฯ รวมถึงให้ผู้ดูแลระบบลบสิทธิการเข้าถึงระบบสารสนเทศของบริษัทฯ ทั้งหมด

  1. นโยบายฯ ด้านการเข้ารหัสข้อมูล

5.1 คำนิยาม

5.1.1 การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) หมายถึง การแปลงข้อความหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากรูปที่อ่านได้ ให้อยู่ในอีกรูปแบบหนึ่งที่อ่านไม่ได้

5.2.2 การถอดรหัสข้อมูล (Decryption) หมายถึง การแปลงข้อความหรือข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสไว้ในรูปที่อ่านไม่ได้ เป็นข้อความหรือข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่อ่านได้

5.2 แนวปฏิบัติ

5.2.1 บริษัทฯ กำหนดให้มีการเข้ารหัสลับของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประชุมและข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยวิธีการที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล โดยครอบคลุม

5.2.1.1 การเข้ารหัสลับของข้อมูลเมื่อมีการรับส่งระหว่างเครือข่าย (data-in-transit encryption) โดยเข้ารหัส protocol HTTPS  (SSL/TLS protocol สำหรับการเข้ารหัสและการพิสูจน์ตัวตน) ซึ่งเป็นมาตรฐานของการรักษาความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูล โดยจะมีการเข้ารหัส (Encrypted) ชุดข้อมูล (Packets) ที่ถูกส่งบนอินเทอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถดักจับ หรืออ่านเนื้อหาของชุดข้อมูลได้

5.2.1.2 การเข้ารหัสลับในระหว่างการจัดเก็บข้อมูล (Data-at-rest) โดยเข้ารหัสตัวเครื่องแม่ข่ายเพื่อจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล และมีการเข้ารหัสชุดข้อมูลเพื่อป้องกันหากข้อมูลรั่วไหล

5.2.2 ต้องมีการตรวจสอบการจัดเก็บข้อมูลภายในระบบว่าเป็นไปตามนโยบายฯ การเข้ารหัสข้อมูลหรือไม่

5.2.3 กำหนดให้มีวิธีการบริหารจัดการกุญแจรหัส (Key) สำหรับเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลที่มีความเหมาะสม โดยคำนึงถึงลักษณะ การป้องการ การสำรองและการกู้คืน ของกุญแจรหัส

  1. นโยบายฯ ด้านการสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ กำหนดให้มีมาตรฐานในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่ตั้ง รวมถึงพื้นที่ใช้งานของระบบสารสนเทศ จะต้องครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้

6.1 พื้นที่ที่มั่นคงปลอดภัย

6.1.1 มีการกำหนดพื้นที่มั่นคงปลอดภัยอย่างชัดเจน และมีมาตรการในการควบคุม เฝ้าระวัง และรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ

6.1.2 มีมาตรการควบคุมการเข้า-ออก โดยจะเข้า-ออก ได้เฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีสิทธิ์เท่านั้น และภายใต้ช่วงเวลาที่กำหนด รวมถึงต้องมีการบันทึกข้อมูลการเข้า-ออกทุกครั้ง

6.1.3 ต้องมีการตรวจสอบความผิดปกติของการเข้า-ออกพื้นที่

6.1.4 มีมาตรการการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มั่นคงปลอดภัย เช่น การห้ามไม่ให้ถ่ายภาพหรือวีดีโอในบริเวณดังกล่าว เป็นต้น

6.1.5 บุคคลภายนอกจะเข้ามาในพื้นที่ที่มั่นคงปลอดภัยไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตและมีความจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ เช่น เพื่อปฏิบัติงาน เป็นต้น โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย เช่น แสดงบัตรประจำตัว

6.2 การป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก : ต้องมีมาตรการป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ภัยธรรมชาติ ภัยจากการกระทำของมนุษย์ เป็นต้น

6.3 อุปกรณ์ที่มั่นคงปลอดภัย

6.3.1 การใช้อุปกรณ์ใด ๆ ต่อเชื่อมกับระบบสารสนเทศของบริษัทฯ ต้องใช้อุปกรณ์ของบริษัทฯ หรือที่ได้รับมาตรฐานสากลเท่านั้น

6.3.2 ต้องมีการจัดเก็บไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัย รวมถึงต้องคำนึงถึงมาตรการการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ

6.3.3 กำหนดให้มีการดูและและซ่อมบำรุงอุปกรณ์อย่างถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญตามรอบการใช้งาน เช่น เข้าตรวจสอบทุก 1 ครั้งต่อปี เป็นต้น

6.3.4 อุปกรณ์ที่นำไปใช้นอกพื้นที่ จะต้องปฏิบัติตามนโยบายฯ การป้องกันสินทรัพย์

6.3.5 อุปกรณ์ประเภทที่สามารถพกพาออกไปนอกพื้นที่ของบริษัทฯ หรือด้วยลักษณะของอุปกรณ์สามารถสูญหาย หรืออาจถูกโจรกรรมได้ง่าย จะต้องมีการปกป้องโดยรหัสผ่านทุกครั้งในการเข้าใช้งานหรือการเข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์ รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จะต้องออกจากระบบโดยอัตโนมัติหากไม่ได้ใช้งานในระยะเวลาหนึ่ง

6.3.6 หากอุปกรณ์ที่นำออกไปใช้นอกพื้นที่สูญหาย ต้องรีบแจ้งผู้ดูแลระบบทันทีเพื่อลบการเข้าถึงใด ๆ ที่อาจค้างอยู่ในอุปกรณ์ดังกล่าว

  1. นโยบายฯ ด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับการดำเนินงา

7.1 จัดทำคู่มือ ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ เช่น ขั้นตอนการเข้าใช้งาน ขั้นตอนการดูแลระบบ ขั้นตอนการกู้คืน ขั้นตอนการแจ้งเหตุขัดข้อง เป็นต้น

7.2 คู่มือ หรือขั้นตอนตามข้อ 7.1 ต้องมีการทบทวนหรือปรับปรุงอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนใด ๆ และหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เป็นสาระสำคัญจะต้องมีการแจ้งผ่านช่องทางของบริษัทฯ เช่น เว็ปไซต์ทางการของบริษัทฯ ระบบแอพพลิเคชันมือถือ เป็นต้น

7.3 กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบ รวมถึงวิธีปฏิบัติเมื่อมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

7.4 กำหนดขั้นตอนปฏิบัติการบริหารจัดการควบคุมการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับระบบ เพื่อลดโอกาสหรือผลกระทบของความเสียหายอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงและรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัย ดังนี้

7.4.1 วิเคราะห์ และประเมินผลกระทบ ที่จะเกิดหรืออาจจะเกิดขึ้น

7.4.2 การจัดทำแผนสำรอง เพื่อไม่ให้กระทบกับการดำเนินงานหลัก หรือกระทบแต่น้อยที่สุด

7.4.3 การอนุมัติโดยผู้มีอำนาจ

7.4.4 การทดสอบที่ต้องแยกระบบที่ทดสอบและระบบที่ใช้งานจริงออกจากกัน

7.5 ต้องมีการบันทึกการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งโดยผู้ดำเนินการ และตรวจสอบโดยผู้มีอำนาจอนุมัติให้ดำเนินการ

7.6 ต้องวางแผน บริหารจัดการขีดความสามารถของระบบ และสร้างการแจ้งเตือนแบบ Real-time monitor เพื่อให้สอดคล้องและรองรับกับสภาพการใช้งานทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่คาดหมายได้

7.7 ในการทดสอบระบบ จะต้องมีการแยกสภาพแวดล้อมในส่วนของการพัฒนา การทดสอบ และระบบการทำงานจริงออกจากกันโดยชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงหรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต และส่งผลกระทบกับระบบปฏิบัติการจริงที่ให้บริการ

7.8 กำหนดให้มีมาตรการป้องกันภัยคุกคามจากโปรแกรมไม่พึงประสงค์

7.8.1 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้องมีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส และอัพเดทให้เป็นล่าสุดเสมอ

7.8.2 ห้ามให้บุคลากรของบริษัทฯ ดาวนโหลดโปรแกรมโดยตรงจากอินเทอร์เน็ต เว้นแต่อยู่ในรายการโปรแกรมที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว หรือได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลระบบ

7.8.3 บุคลากรของบริษัทฯ ต้องแสกนหาไวรัสหรือโปรแกรมไม่พึงประสงค์ก่อนการใช้งาน

7.8.4 ห้ามไม่ให้บุคลากรของบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องปิด/ขัดขวางการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส หรือโปรแกรมการตรวจจับภัยคุกคามใด ๆ

7.9 กำหนดให้มีมาตรการสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูล

7.9.1 กำหนดให้มีการสำรองข้อมูล โดยใช้ Automated Backup เสมอ

7.9.2 กำหนดให้มีการตรวจสอบการสำรองข้อมูล เพื่อให้มีประสิทธิภาพ พร้อมที่จะใช้งาน

7.10 กำหนดให้มีการจัดเก็บบันทึกกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Action Log) โดยครอบคลุมบันทึกการทำงานของระบบ (system logs) บันทึกการเข้าออกระบบ (login-logout logs) บันทึกการพยายามเข้าสู่ระบบ (login attempts logs) บันทึกปัญหาหรือความผิดพลาดต่าง ๆ (fault logs)

7.11 กำหนดให้มีการจัดเก็บข้อมูลจราจรอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานทั้งหมด

7.12 กำหนดให้บันทึกกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีมาตรการป้องกันการเข้าถึง การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต

7.13 การตั้งเวลาจะต้องเทียบเวลาสากล (Clock synchronization) ตรงกับแหล่งเทียบเวลาสากลเสมอ

7.14 มาตรการการจัดการช่องโหว่ของระบบ

7.14.1 จัดให้มีช่องทางในการแจ้งช่องโหว่ที่เกิดขึ้น

7.14.2 ต้องมีมาตรการตรวจสอบและยืนยันประเภทของช่องโหว่ที่เกิดขึ้น

7.14.3 ประเมินผลกระทบ และตอบสนองต่อช่องโหว่

7.14.4 ติดตามภายหลังแก้ไข รวมถึงติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบ

7.15 กำหนดให้มีการทบทวนความสอดคล้องด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ โดยการตรวจประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี 

  1. นโยบายฯ ด้านความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่าย

8.1 กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ ที่จะกระทบกับเครือข่าย ให้เกิดความมั่นคงปลอดภัย โดยต้องครอบคลุมมาตรการดังต่อไปนี้

8.1.1 การป้องกันการเข้าถึงเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

8.1.2 การป้องกันการดักรับข้อมูล

8.1.3 การรักษาความถูกต้องของข้อมูลที่รับส่งบนเครือข่าย

8.1.4 การบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้งานที่สามารถใช้ระบบสารสนเทศระยะไกล

8.1.5 การป้องกันการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายภายนอก

8.2 ต้องติดตั้งโปรแกรมป้องกันภัยคุกคามจากโปรแกรมไม่พึงประสงค์ เช่น DDOS Protection, Malware Protection เป็นต้น ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

8.3 ต้องมีบันทึกกิจกรรมการทำงานของระบบที่สามารถระบุได้ว่ามีการเข้าใช้งาน หรือการพยายามเข้าใช้งานในระบบเครือข่ายอย่างไร

8.4 ระบบเครือข่ายจะต้องถูกใช้โดยบุคลากรของบริษัทฯ และผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องและได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น

8.5 การเข้าถึงระบบเครือข่ายภายในของบริษัทฯ โดยใช้ระบบเครือข่ายภายนอกต้องกระทำผ่านระบบ VPN หรือช่องทางที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลเท่านั้น

8.6 ห้ามมิให้บุคลากรของบริษัทฯ ติดตั้งซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อระบบเครือข่ายก่อนได้รับอนุญาต

8.7 ผู้ดูแลระบบต้องดูแลรักษาเครือข่ายให้ใช้งานได้ดี เต็มประสิทธิภาพเสมอ รวมทั้งต้องตรวจสอบการใช้งานที่ผิดวัตถุประสงค์และรายงานต่อผู้มีอำนาจโดยตรง หรือหากพิจารณาแล้วว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายหากไม่จัดการอย่างทันท่วงที ให้มีอำนาจในการระงับการใช้ไว้ชั่วคราวก่อน

8.8 การใช้งานใด ๆ ที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การให้บริการของบริษัทฯ ถือเป็นเรื่องนอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ ผู้ใช้งานต้องรับผิดต่อการกระทำนั้น ๆ ด้วยตนเอง และหากเกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ บริษัทฯ ยังคงสงวนสิทธิในการดำเนินการทางกฎหมาย

8.9 ห้ามไม่ให้ผู้ใช้งานทำการละเมิด รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการเปลี่ยนแปลง แก้ไข ลบ ทำลาย เข้าสู่ระบบ ของข้อมูลของบุคคลอื่น โดยปราศจากอำนาจ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำความผิดส่วนตัวของผู้ใช้งาน บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และไม่ตัดสิทธิให้บริษัทฯ ดำเนินการทางกฎหมาย

8.10 ชื่อผู้ใช้งาน และ รหัสผ่าน เข้าสู่เครือข่ายเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ ที่มอบไว้ให้เฉพาะบุคคลเท่านั้น ห้ามมิให้แจกจ่าย เผยแพร่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต

8.11 การเข้าสู่ระบบเครือข่ายภายในของบริษัทฯ ต้องผ่านการพิสูจน์ยืนยันตัวตน (Authentication) เสมอ

8.12 ในการรับ-ส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประชุม จะต้องเข้ารหัสเสมอ

8.13 การนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาต่อเข้ากับเครือข่ายของบริษัทฯ อุปกรณ์ดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจสอบแล้วว่ามีความปลอดภัย

  1. นโยบายฯ ด้านการบริหารจัดการเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย

9.1 บริษัทฯ กำหนดให้มีขั้นตอนปฏิบัติในการรับมือกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย ดังนี้

9.1.1 เจ้าหน้าที่บริษัทฯ รับแจ้งเหตุฯ และยืนยันเหตุฯ เบื้องต้น

9.1.2 เจ้าหน้าที่บริษัทฯ จำแนกเหตุฯ และประเมินผลกระทบ

9.1.3 เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องตอบสนองต่อเหตุฯ และประสานงานบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อแก้ไขปัญหาตามแผน

9.1.4 เจ้าหน้าที่บริษัทฯ รวบรวมและจัดเก็บพยานหลักฐานทั้งหมด

9.2 ให้หน่วยงาน IT และฝ่ายบริหาร เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการรับมือกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้รับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

9.3 บุคลากรของบริษัทฯ มีหน้าที่รายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยทันทีต่อผู้บังคับบัญชา เมื่อพบหรือต้องสงสัยว่าเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการกระทำจากบุคคลภายนอก หรือจากการกระทำภายในบริษัทฯ การไม่แจ้งเหตุฯ ดังกล่าวไม่ว่าโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ให้มีบทกำหนดความผิดทางวินัยตามระเบียบการทำงานของบริษัทฯ ด้วย

9.4 ห้ามมิให้บุคลากรของบริษัทฯ เผยแพร่ ประกาศเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยที่เกิดขึ้นกับผู้อื่น เว้นแต่ ผู้บังคับบัญชา ฝ่ายบริหาร หรือผู้ดูแลระบบ และห้ามทำการพิสูจน์ หรือแก้ไขใด ๆ ด้วยตนเอง

9.5 ต้องจัดทำรายงานการพบเจอเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งต้องประกอบไปด้วย วัน-เวลาของเหตุการณ์ ลักษณะหรือรายละเอียดของเหตุการณ์ รายละเอียดของผู้พบ/ผู้แจ้งเหตุฯ

9.6 การจัดเก็บพยานหลักฐานจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่กำหนดไว้

9.7 ในกรณีที่เหตุการณ์เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวด้วย

9.8 เมื่อเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยจบลง บุคลากรของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องจะต้องประชุมร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเรียนรู้จากเหตุฯ ที่เกิดขึ้น พร้อมวางแนวทางไม่ให้เกิดหรือลดความเสี่ยงการเกิดเหตุฯ รวมถึงข้อปฏิบัติหากเกิดเหตุฯ นี้ขึ้นอีกในอนาคต

  1. นโยบายฯ ด้านความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของการบริหารจัดการเพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ

10.1 บริษัทฯ กำหนดให้มีคณะทำงานด้านการบริหารจัดการเพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจซึ่งประกอบไปด้วย ฝ่ายบริหาร ฝ่ายบุคคล และฝ่าย IT เป็นอย่างน้อย เพื่อวางแผนการรับมือเพื่อการบริหารจัดการเพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ การสร้างรูปแบบการนำไปปฏิบัติ การซักซ้อม/ทดสอบแผนฯ และการทบทวนปรับปรุงให้แผนดังกล่าวทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงที่สุด

10.2 แผนการรับมือเพื่อการบริหารจัดการเพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ต้องพิจารณาตามเงื่อนไข คือ

10.2.1 ผู้เกี่ยวข้อง

10.2.2 ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

10.2.3 ช่วงเวลาที่ยอมรับได้ในการเกิดการหยุดชะงัก

10.2.4 ขั้นตอนการรับมือ

10.2.5 การกู้คืนหรือฟื้นฟูสภาพให้กลับมาปกติ

10.3 กำหนดให้บุคลากรของบริษัทฯ ทุกตำแหน่งงานต้องเข้าอบรมเพื่อให้ได้รับความรู้ พร้อมที่จะปฏิบัติตามแผนฯ หากเกิดเหตุการณ์

10.4 กำหนดให้มีการทบทวน/ทดสอบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแผนฯ สามารถใช้งานได้จริงและทันต่อเหตุการณ์

10.5 ต้องมีการสำรองข้อมูลของระบบสารสนเทศทั้งหมด และต้องอยู่สภาพพร้อมใช้งานเสมอ หากเกิดกรณีฉุกเฉิน จะต้องสามารถดึงข้อมูลสำรองขึ้นมาใช้ได้โดยทันที 

  1. นโยบายฯ ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง

11.1 บริษัทฯ กำหนดให้มีการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านสารสนเทศ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยให้มีมาตรการดังต่อไปนี้

11.1.1 กำหนดวัตถุประสงค์ บทบาทและหน้าที่ในการทดสอบ และการตรวจประเมิน

11.1.2 กำหนดขอบเขตการตรวจประเมิน

11.1.3 กำหนดขั้นตอน/วิธีการประเมินความเสี่ยง

11.1.4 ประเมินผลกระทบและโอกสาที่จะเกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับการให้บริการ

11.1.5 กำหนดให้จัดเก็บหลักฐานที่ได้มาจากการตรวจประเมินไว้อย่างมั่นคงปลอดภัย

11.2 กำหนดให้มีการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงโดยผู้ตรวจสอบภายใน หรือ ผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอก เพื่อให้บริษัทฯ ทราบถึงระดับความเสี่ยงและความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของบริษัทฯ

  1. ข้อกำหนดการจัดระดับชั้นความลับของบริษัทฯ

เพื่อให้การจัดการบริหารดูแลข้อมูลภายใต้การดำเนินการของบริษัทฯ ไปไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม บริษัทฯ จึงกำหนดระดับชั้นความลับขึ้น เพื่อให้ข้อมูลที่มีความสำคัญต้องได้รับการปกป้อง ไม่ให้ผู้ใดเข้าถึงได้โดยปราศจากอำนาจหรือสิทธิ โดยให้กำหนด ดังต่อไปนี้

  • ระดับ 1 ชั้นทั่วไป/สาธารณะ : สามารถเปิดเผยสู่สาธารณะได้ เช่น งบการเงิน ข้อมูลเพื่อการประชาสัมพันธ์
  • ระดับ 2 ชั้นใช้ภายในบริษัทฯ : ใช้เป็นข้อมูลภายในบริษัทฯ เท่านั้น เช่น แผนธุรกิจทั่วไปที่ดำเนินการแล้ว
  • ระดับ 3 ชั้นลับ : เปิดเผยได้เมื่อมีการร้องขอและได้รับอนุมัติ เช่น แผนธุรกิจที่ยังไม่ได้ดำเนินการ
  • ระดับ 4 ชั้นลับที่สุด : ห้ามเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกหรือสาธารณะเด็ดขาด เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลคู่ค้า
  1. นโยบายฯ ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ มีความตระหนักและเคารพถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าใช้บริการ รวมทั้งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด บริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวขึ้น โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

  1. การทบทวนนโยบายฯ

บริษัทฯ กำหนดให้มีการทบทวนนโยบายฉบับนี้เป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เช่น การอัปเดตการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของระบบควบคุมการปรุม การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

  1. ข้อมูลการติดต่อบริษัทฯ

ชื่อบริษัท:               บริษัท บิซอัพ โซลูชันส์ พาร์ทเนอร์ จำกัด

สถานที่ติดต่อ:          719 อาคารมิ้นท์ ทาวเวอร์ ชั้น 3 ห้อง 303 ถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เว็บไซต์บริษัท:          https://www.livly.app

อีเมล์:                   info@bizupssc.com หรือ hello@livly.app

โทรศัพท์:               02-163-4302, 081-649-9111

กรุณากรอกข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ

     

    *เมื่อท่านกด "ส่ง" ถือว่าท่านได้อ่านและยินยอมตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ แล้ว